คุณอย่าตัดสิน ป ล า ว่าไม่เก่ง แค่ว่า ปี น ต้นไม้ไม่ได้

อีกบทความที่ อ ย  า ก ให้อ่านกัน

“อย่าตัดสินป  ล าว่าไม่เก่ง แค่ว่า มั  น ปีนต้นไม้ไม่ได้”

ป ล  าว่ายน้ำเก่งมาก แต่หากเราตัดสินใจความเก่งของ มั  น

โดยให้ปีนต้นไม้  มั  น จะแก่ ต  า ย ไปพร้อมกับความเชื่อที่ว่า

“ทั้งชีวิต มั  นจะคิดว่า มั นโ  ง่ ”

ในชีวิตคนเราก็เหมือนกัน คนส่วนใหญ่ใช้ทั้งชีวิตที่จะ พ ย  า ย  า ม

ปีนต้นไม้ให้ได้ทั้งๆ ที่เป็น ป ล  า

นั่นคือ… พ ย  า ย  า ม ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ เพียงเพราะกระแสสังคม

หรือคนรอบข้างคอยพูด เปรียบเทียบ กรอกหูทุกวี่ทุกวัน…ว่า…

จะต้องเรียนเก่งให้ได้เหมือนกับคนนั้น.!!!.

จะต้องประสบความสำเร็จให้ได้เหมือนกับคนนี้.!!!

จะต้องทำงานนั้น!ให้เก่งเหมือนคนโน้น.!!!.

(ทั้งๆที่ตัวเองไม่ชอบ มั น เลย)

เพียงเพื่อต้องการเป็นที่ยอมรับของคนอื่น

แต่ไม่ได้ทำตามความต้องการของหัวใจ

 

..อย่างเช่นเรื่องราวชีวิตของ  บอย โกสิยพงษ์ ดังต่อไปนี้..

“แม่ผมเป็นแม่บ้าน แม่บ้านที่รักลูกมาก ตั้งแต่ผมเกิดมาผมไม่เคยกินผลไม้

ที่มีเปลือกหรือมีเมล็ดเลย ผมไม่รู้ด้วยว่าองุ่น มั น มีเปลือก

องุ่น  มั น มีเมล็ด ทุกวันผมจะได้ เ  อ า ช้ อนตักองุ่นที่แกะแล้ว

แช่เย็นอย่างดีแล้วกินเป็นชามๆ เลย

ทุกอย่างคือ ผ่  า น การ ผ่  า ตั  ด จากแม่มาเรียบร้อยแล้ว

“ครอบครัวผมเนี่ย ทั้งพ่อและพี่น้องทุกคนเป็นคน ฉ ล  า ด หมด

เรียนหนังสือได้คะแนน 80-90 เปอร์เซ็นต์ แล้วพอโตขึ้น

ก็ได้ทุน น้องชายผมได้ทุนเรียนฟรีที่อเมริกา เรียนจบด้วยเกียรตินิยม

พี่ชายผมเขาก็ได้เกียรตินิยม พี่สาวผมก็ได้เกียรตินิยมที่ต่างประเทศ

มีแค่ผมนี่แหละที่เรียนได้แย่มากๆ คือเรียนรั้งท้ายมาตลอดตั้งแต่ เ  ด็ ก

“จนกระทั่งวันหนึ่ง ตอนนั้นผมอยู่ ม.3 อธิการมาบอกว่า บอย

ทางโรงเรียนจะต้องเชิญให้บอยออกจากโรงเรียน

เพราะว่าคะแนนเฉลี่ยของผม มั  น อยู่ที่ 1.04 ฉะนั้นบอยเรียนต่อ มอ4 ไม่ได้

ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าผมไม่มีความ ส า ม  า ร ถ ทางการเรียน

“ความจริงผมไม่ใช่คนเกเรเลยนะ ผมตั้งใจท่องหนังสือ

ผมฉีกหนังสือเป็นเล่มๆ ออกมาทีละบทเพื่อจะมานั่งอ่านทีละหน้า

แต่ มั  นไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องถึงขนาดที่ว่ากำลังจะเข้าห้องสอบ

ผมต้องเ  อ า ตามามองมั  น เผื่อบทเรียนในหนังสือมั  นจะจำเข้าไปในตาผม (หัวเราะ)

ผมโคตร พ ย  า ย  า ม แต่ มั  นก็ทำไม่ได้ งั้นโอเค ออกก็ออก

“แม่ผมบอกว่าโรงเรียนนี้น่าจะไม่เหมาะสำหรับบอยหรอก

เขาน่าจะสอนไม่เก่ง เดี๋ยวไปหาโรงเรียนที่ มั  นเหมาะกับบอยดีกว่านะ

“แม่ผมยังบอกว่า “ดีแล้วที่บอยไม่เรียนเก่งแบบพี่น้องคนอื่นๆ

เพราะตอน เ  ด็ ก ๆ แม่โ  ง่ มากเลย การบ้านแม่ก็ทำไม่ได้ สอบก็ไม่ได้

ลอกเพื่อนประจำเลย เพราะฉะนั้นแม่ก็จะได้มีบอยเป็นเพื่อนสักคนหนึ่ง

ในบ้านที่เป็นเหมือนแม่ คำพูดของแม่ทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

รู้สึกว่าโ  ง่ เหมือนแม่ก็ดีนะเนี่ย แม่ผมเขาเป็นคนสไตล์นี้”

ทำไม บอย โกสิยพงษ์ ถึง ‘ โ ง่ ’

“ตอนนั้นยังไม่รู้ไง โรงเรียนบอกให้เราเลือกเรียนแค่วิทย์กับศิลป์

แต่ความจริงแล้วความถนัดของคนมั  นส า ม  า ร ถ แบ่งได้ตั้ง 8 อย่าง

(ทฤษฎีพหุปัญญา หรือ T  h e  o r  y  o  f  M  u l t i p l e  I n t e l l i g e n c e s)

“ทุกวันนี้ผมถึงได้เข้าไปพูดตามโรงเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้แทบทุกเดือนเลยว่า

ถ้าลูกคุณไม่ได้เหมาะสมกับศาสตร์ 2 อย่างนี้ นั่นไม่ได้แปลว่าลูกคุณ โ  ง่

เพราะผมเคยอยู่ในกลุ่ม เ  ด็ ก ประเภทนี้มาก่อน แล้วมั  นก็เป็น ป  ม ด้  อ ย กับตัวผม

เองมาตลอด โชคดีว่าแม่ผมเขาสนับสนุนผม เข้าใจผม

ผมก็เลยได้ค้นพบและทำในสิ่งที่เหมาะกับผม

“พหุปัญญา หมายถึง ความรู้ ความถนัดในตัวมนุษย์ที่ แ  ต ก ต่างกัน

บางคนถนัดในเรื่องภาษา บางคนถนัดในเรื่อง วิ ท ย  า ศาสตร์

บางคนถนัดในเรื่องดนตรี บางคนถนัดเรื่องการ สื่   อ ส  า ร

เรื่องการออกกำลังกาย ฯลฯ เมื่อทุกคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน

ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเ  อ า สั  ต ว์ ทั้ งป่าไปสอบด้วย

‘ข้อสอบ’ ชุดเดียวกัน เราจะเ  อ าป ล  า ไป แ  ข่ ง ปีนต้นไม้กับ ลิ  ง ไม่ได้

“ที่ ผ่  า น มาสมัย เ  ด็ ก ๆ ผมอาจจะเคยเป็น ป  ล  า ที่อยู่ในโรงเรียนซึ่งสอน

แค่การปีนต้นไม้กับวิ่ง แ  ข่ ง ดังนั้นผมจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ

หรือพัฒนาศักยภาพของตัวเองในขณะที่เรียนอยู่ในโรงเรียนนั้นได้

แล้วพอเราเคยอยู่ตรงจุดนี้มาก่อน เราเลยเข้าใจความรู้สึกว่าความห่วย

มั  นเป็นยังไง แต่พอดีแม่เราชมที่เราห่วย เราเลยรอดมาได้

ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าแม่คนอื่นจะชมลูกแบบเดียวกันนี้ด้วยหรือเ ป ล่  า”

จนถึงวันที่ ‘ค้นพบตัวเอง’

หลังจากลุ่มๆ ด  อนๆ ค  ลุ กค ล  า น

กับการเรียนตามมาตรฐานการ ศึ  ก ษ า

มาตลอด จุดพลิกผันครั้งสำคัญในชีวิตบอยก็เกิดขึ้น

เมื่อเขาตัดสินใจที่จะเหินฟ้าไปเรียนต่อทางด้านสาขาดนตรีที่

มหาวิ ท ย  า ลัย U  C L A  แถมยังตั้งใจสมัครเรียนถึง 3 โปรแกรม

การสอน คือ S o n g w r i t i n g,

E l e c t r o n i c s   M u s i c  และ M u s i c   B u s i n e s s

ช่วงเวลานั้นเองที่ บอย โกสิยพงษ์ ได้ค้นพบทิศทางที่เหมาะสมในชีวิต

เขาฝึกฝน เรียนรู้ทักษะที่สำคัญของการเป็นนักแต่งเพลง

บอยเขียน เ ล่  าไว้ในเพจของตัวเองว่า

“ทั้ง 3 หลักสูตรใช้เวลา 5 ปี ผมมี A- ตัวเดียว ที่เหลือคือ A ล้วนๆ

ทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากการตั้งใจเรียนเลย มั  นมาจากการที่ผมรักมั  นสุดหัวใจ

อย  า ก รู้อ ย  า กเห็น อ ย  า ก เข้าใจไปหมด ผมไม่เคยท่องหนังสือ

แต่อ่านมั  นจนเข้าใจ ผมเพิ่งเข้าใจคำพูดที่พ่อเคยบอกอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก

หัวใจเราอยู่ที่ไหน ทรัพย์สมบัติเราก็อยู่ที่นั่น”

“พ่อคือวีรบุรุษของผม ชนิดที่ว่าผมอ ย  า ก เป็นเหมือนพ่อแม้กระทั่งลายมือและวิธีพูด”

“ตอน เ  ด็ ก ผมเป็นคนโลกสวยมาก ผมคิดว่าทุกอย่างที่ตัวเองคิดมั  นทำได้หมดเลย

ทำแบบนี้มั  นต้องดีแน่ๆ ผมคิดแบบนี้กับทุกเรื่อง

คือมั  นไม่ใช่ห ล ง ตั  ว เ อ ง นะฮะ แต่เป็นคน โ  ง่ มากกว่า (หัวเราะ)”

แล้วถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ล่ะ…

“ผมก็เชื่อตามที่พ่อบอก พ่อผมสอนว่า “ถ้าเราทำงานอะไรใหญ่ๆ

อุปสรรคเข้ามาเนี่ยแปลว่าดีนะบอย เพราะนั่นหมายถึงว่า

ถ้าเรา ผ่  า น  มั  นไปได้ เดี๋ยวผลลัพธ์ มั  น จะดีขึ้น”

“พ่อมักจะเปรียบเทียบกับต้นไม้ ตอนเขาตัดแต่งต้นไม้  พ่อจะบอกว่า

ต้นไม้เนี่ย ถ้า ผ่  า น การ ตั  ด แ  ต่ ง ตอนแรก มั  น จะโ ก  ร๋  น เลย ถ้าถามใจต้นไม้

ต้นไม้คงจะบอกว่า มาตัดทำไม เราโ ก  ร๋ นไปหมดแล้ว ตัดกันแบบนี้แล้วฉันจะอยู่ยังไง

แต่ ผ่  า นไปอีกพักหนึ่ง  มั  นจะมี  ด  อ ก มีผลออกมา แล้วก็จะสวยกว่าเดิม

พอฟังพ่อสอนแบบนี้ เราก็จำมาตลอดเลยว่าถ้ามีอุปสรรค

นั่นแปลว่าเรากำลังโดน ตั  ด แ  ต่ ง ซึ่งแปลว่าเมื่อเวลา ผ่  า นไปเดี๋ยว ผ  ล มั  น จะต้องสวย

ผมคิดแค่นี้เลย ไม่ได้คิดลึกอะไรไปมากกว่านี้

“พ่อผมเป็นวิศวกรที่ทำงานคนเดียวในบริษัทแบบ one man show คือ

ไม่ใช่เพราะพ่อ อ ย  า ก จะโชว์นะ แต่เพราะประหยัด พ่อจะประหยัดเงินทุกอย่าง

ทุกบาททุกสตางค์เพื่อ เ  อ า มาให้ครอบครัว บริษัทพ่อทำงานใหญ่เยอะมาก

ธนาคารหรือโรง พ ย  า บ า ล ใหญ่ๆ หลายแห่ง พ่อผมเป็นคนวางระบบไฟฟ้าให้ทั้งสิ้น

งานในบริษัทที่ปกติต้องใช้คนทำหลายคน แต่บริษัทพ่อมีพนักงานอยู่คนเดียว

พ่อพิมพ์บัญชีเอง เก็บเงินเอง ทุกอย่างทำเองหมด ผมเคยถามว่าทำไมพ่อไม่จ้างคน

พ่อผมบอกกลับมาว่า “จะได้เก็บเงินไว้เลี้ยงพวกเราไงล่ะ”

“สมัยก่อนพ่อผมนี่คือความสุดยอดเท่เลยนะครับ พ่อผมเก่งหมดทุกอย่าง

เลี้ยงลูกก็เก่ง ทำงานก็เก่ง ซ่อมของก็เก่ง จิตใจก็ดีด้วย พ่อชอบช่วยคนอื่น

คือตอน เ  ด็ ก ๆ ผมไปตลาดกับพ่อแทบทุกวัน พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ชอบยืมสตางค์พ่อ

แล้วพ่อก็ให้เขาเลย ผมถามพ่อว่าแล้วไม่ต้องทวงเงินคืนเหรอ

พ่อบอกว่าไม่ต้องหรอก ก็เพราะว่าเขาไม่มี

เขาถึงมาขอเรา ถ้าเขามี เขาจะมาขอทำไม

“พ่อผมจะประหยัดในเรื่องที่ไม่ได้จำเป็นต่อชีวิต

เช่น เ สื้  อ ผ้ าก็มักจะชอบใส่เสื้อซ้ำ นาฬิกาก็จะใช้ของที่ถูกมากๆ

แต่เขาไม่เคยหวงเงินของเขาเลยกับคนที่ลำบาก

เหมือนเขาเกิดมาเพื่อให้คนอื่น ซึ่งการที่เขามีชีวิตอย่างนี้กับคนข้างนอกบ้าน

สำหรับผมนี่เป็นจุดที่ผมประทับใจพ่อมากเลยนะครับ”

L e a r n  t o  l i v e w i t h  i t เรียนรู้ที่จะอยู่กับ มั  น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต

อีกจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อบอยต้องเจอกับช่วงเวลาที่ โ  ห  ด ร้   า  ย ที่สุดของชีวิต

“ที่ ผ่  า น มาผมมีความสุขในชีวิตอย่างมาก พูดได้เลยว่าผมเป็นคนโคตรโชคดี

พระเจ้าอวยพรผมมาก จนกระทั่งถึงช่วงหนึ่งของชีวิตที่ผมแทบบ้า

มั  น คือช่วงเวลาก่อนผมทำอัลบั้ม “ช่วงนั้นบริษัทเราดังกระฉูดเลยออกเพลงใหม่กันน่าดู

ปีหนึ่งผมทำเพลงมากกว่า 300 เพลง แล้วเพลงก็ประสบความสำเร็จเยอะมาก

เพลงดังเยอะมาก แต่มั  น ก็ไม่ได้ก  ร ะ ตุ้ น อะไรในหัวใจผม

เพราะหลังๆ ผมเริ่มจะแต่งเพลงด้วยสมอง เพราะแต่งเพลงทุกวันจนชิน

เหมือนรู้แผนที่หมดแล้วว่าต้องไปทางไหน เหมือนเราไปเที่ยวแต่ที่เดิมๆ

เลยไม่สนุก ทั้งที่จริงๆ แล้วการแต่งเพลง มั น เหมือนเราไปเที่ยวในที่ใหม่ๆ

เดินเข้าไปแล้ว โอ๊ย ตรงนี้สวย ตรงนั้นก็สวย

“ช่วงนั้นเองที่พ่อและแม่ของผมเริ่มไม่สบาย คุณ ย  า ย ไม่สบาย

และตลอด 5 ปีนั้น พ่อ, แม่, คุณ ย  า ย, พี่ชาย, พี่เขย

คนที่ผมรักที่สุดก็เริ่ม เ  สี ย ชีวิตไปปีละคน

“ปีแรก พี่เขยผู้ซึ่งเพิ่งมีลูกคนที่ 2 กับพี่สาวของผมได้เดือนเดียว

ได้ เ  สี ย  ชี   วิ ต ลง มั  น คือช่วงเวลา

ที่พี่สาวผมก็ยังไม่ แ  ข็ ง แรงพอ

ปีต่อมาคือคุณ ย  า ย ท่านเป็นหวัด ต   า ย ซึ่งไม่เมกเ ซ  น ส์เลย

การจากไป มั  น ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ เรารับไม่ได้

“ปีที่ 3 ก็เหมือนกัน พี่ชายอีกคนหนึ่งตอนนั้นเขาอยู่เมือง ไ  ท ย

ผมอยู่ที่อเมริกา เพิ่งโทรมาคุยกับผม

วันรุ่งขึ้นแม่โทรมาบอกว่าเขา ต  า ย แล้ว

เพราะมีอาการหลับต   า ย ไหลต  า ย

“ปีที่ 4 คือพ่อของผม เขาเป็นหวัด เข้าโรง พ ย  า บ  า ล

แล้ววันรุ่งขึ้นก็ ต  า ย เหมือนกัน ปีต่อมาปีที่ 5 ผมบอกแม่ว่าอย่า ต  า ย เลย

บอยร้องไห้ไม่ไหวแล้ว บอยเบื่อร้องไห้แล้วอะแม่

มั  น ทนไม่ไหวแล้ว แม่อย่าเพิ่ง ต  า ย อีกสักปีได้ไหม

ผมพูด อย่างนั้นเลย ผมขอแม่บ้าๆ บอๆ แบบนี้เลย

แต่สุดท้ายแล้วแม่ก็อยู่ต่อไม่ได้

“หลังจากนั้นผมก็บ้าไปเลย ต้องไปหาจิตแพทย์ กิน ย  า นอนหลับ

กิ น ย  าค ล  า ยเ ค รี  ย ด กิ น ย  า แก้ซึ ม เ  ศ ร้  า เพื่อให้นอน

ตื่นขึ้นมาแล้วก็ กิ  น ย  า ใหม่เพื่อให้นอนต่อ ทำแบบนี้อยู่เป็นเดือน

จนทุกวันนี้ผมก็ยังมีหางของอาการนี้อยู่นะ

ทุกวันนี้ผมยัง กิ  น ย  า อยู่เลย

“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผมไม่เคยเตรียมตัวมาก่อน

ผมเตรียมตัวนะว่าสักวันหนึ่งทุกคนต้องไป

ผมเตรียมตัวที่จะทำดีกับทุกคนที่ผมรัก

แล้วก็ให้เวลากับพวกเขาอย่างเต็มที่ที่สุด แต่ผมยอมรับไม่ได้

ปล่อยไม่เป็น เมื่อเวลาที่พวกเขาไป

ผมก็ไปหาจิตแพทย์

กิ  น ย  า นอนหลับ แล้วตื่นขึ้นมาเพื่อจะกิ น ย  า นอนหลับ

เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณหนึ่งเดือน

จนกระทั่งภ ร   ร ย  า มาบอกกับผมว่า

ต้องลุกขึ้นสู้ ยังไงบอยก็ยังมีเขา มี ลู  ก มี แ  ม่ อยู่นะ

บอยจะเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้

“พอฟังภ ร   ร ย  าบอกผมก็ลุกขึ้นมา แต่ผมไม่รู้จะสู้ยังไง

เพราะพ่อคือหลักของชีวิตผม ที่ ผ่  า น มาไม่ว่าผมมีปัญหาอะไร

ผมไปคุยกับพ่อ แป๊บเดียวผมหายเลย ถ้าพ่อพูดว่าให้คิด  อย่างนี้

ผมก็จะคิดตามนี้ ผมจะเชื่อตามนั้นเลย ผมเป็นคนแบบนี้มาตลอดชีวิต

แต่พอพ่อไม่อยู่แล้ว ผมเลยไม่รู้จะทำยังไง

พ่อไม่ได้บอกไว้นี่ว่าเมื่อพ่อ ต  า ย แล้วผมต้องคิดยังไง

ผมเลยคิดกับเรื่องนี้ไม่เป็น

 

“แต่หลังจากฟังตุ้ยบอกให้ลุกขึ้นสู้ ผมเลยคิดว่ายังไงเราต้องสู้

เมียเราก็ยังอยู่ ลูกเราก็ยังอยู่ แม่เราก็ยังอยู่ ผมเลยย้อนกลับมาคิดว่าพ่อสอนอะไร

กับเราไว้บ้างวะ สิ่งที่พ่อพูดประจำเลยคือ

เรียนรู้ที่จะอยู่กับ มั  น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต

“สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือไม่มีพ่อ ถ้างั้นต้องอยู่กับ มั  น แบบไม่มีพ่อ

แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุดด้วย นี่คือสิ่งที่พ่อเหมือนกระซิบในใจผม

ผมเลยแต่งเพลงนี้ให้ตัวเองฟัง แต่งเสร็จฟังไปร้องไห้ไปจนกระทั่งเข้าใจแล้วพ่อ

โอเค บอยจะอยู่แบบไม่มีพ่อ

แต่จะอยู่ให้ มั  น ดีที่สุดในแบบที่พ่อสอน ผมก็เลยรอดมาได้”

ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า…

คนเราทุกคนมีความส  า ม  า ร ถ มีความอัจฉริยะ

มีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน

เพียงเราแต่ยังไม่รู้ หรือ เ  ร า ยังหา มั  น เจอ

ทางเดียวที่เราค้นหาเจอ ก็คือ….

ลองทำงานในสิ่งที่ตัวเองรู้ สิ่งที่ตัวเองชอบสิ่งที่ตัวเองถนัด

หรือ สิ่งที่ตัวเองชำนาญเชี่ยวชาญอยู่ให้เจอนั้นเอง

เมื่อนั้นล่ะ เราก็จะรู้เลยว่า….

ป ล  า มั  น ไม่ โ  ง่ ที่ปีนต้นไม่ได้

แต่ ป ล  า ตัวนั้นจะเป็น ป ล  า ที่ว่ายน้ำเก่ง

และเร็วกว่า สิ  ง โ ตที่ว่ายน้ำนั้นเอง…

…อย่าตัดสิน ป ล  า แค่ว่า มั  น ปีนต้นไม้ไม่ได้…

ขอบคุณแหล่งที่มา khaonaroo

Facebook Comments

comments