อ่านเ ตื อ น ส ติ ดี ค ว า ม จ ริ ง 20 ข้อ การเ ติ บ โ ต

ชีวิตของการเดินบนเส้นทางที่ลดเลี้ยวเคี้ยวคด

มีทั้งยอดเขาสูงและหุบเหว มีภูเขาให้ปีน  ป่  า  ย

มีมหาสมุทรกว้างใหญ่ให้ออกสำรวจ เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ดีและแย่

แต่ชีวิตก็ยังเคลื่อนไปข้างหน้าอยู่เสมอ นั่นแหละ สิ่งมหัศจรรย์ของชีวิต

สิ่งที่ไม่มีใครเคยบอกเมื่อคุณยังเป็น  เ  ด็  ก  น้อยไร้เดียงสา

คือสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่อต้อง เติบโต มันคือสิ่งที่จะปลุกคุณ

จากความเพ้อฝัน และบังคับให้คุณต้องยืนอยู่บนความจริง

1. ผู้คนส่วนใหญ่หวาดกลัวจินตนาการ

พวกเขาตัดขาดการเชื่อมต่อกับความ  เ   ย   าว์วัยในจิตใจตนเอง

ไม่รู้สึกว่าตนมีความคิดสร้างสรรค์ และมักจะพึงพอใจในสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็นอยู่

2. ไม่มีใครเห็นค่าความฝันของคุณมากเท่าตัวคุณเอง

พวกเขาอาจจะสนใจและให้การสนับสนุนหากคุณออกปากขอ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครหรอกที่ใส่ใจมันไปมากกว่าตัวคุณเอง

3. มิตรภาพแปรผันตามวงโคจรของชีวิต

เพื่อนส่วนใหญ่มักโคจรเข้ามาในชีวิตเราเพียงระยะเวลาหนึ่ง

ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นทิศทางชีวิตของคุณเป็นอย่างไร

ชีวิตคนเราย่อมต้องเปลี่ยนแปลง และคุณก็ต้องก้าวไป

ในเส้นทางใหม่ๆ เช่นเดียวกับเพื่อนของคุณ

4. ยิ่งอายุมาก ความส  า ม   า  ร  ถก็ยิ่งเพิ่มพูน

คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่า คนเราพอยิ่งแก่ ความส  า ม   า  ร  ถก็ยิ่งถดถอย

แต่ในความจริง การได้ใช้เวลาซึมซับความรู้  ย   า   วนานกว่าคนอื่นๆ

กลับจะทำให้คนเรารู้มากขึ้น ทำอะไรได้มากขึ้นต่างหาก

เพราะการไปสู่จุดสูงสุดในเรื่องใดก็ตามย่อมต้องใช้เวลา

ฝึกฝนทุกวันไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่อาศัยพรสวรรค์ที่ติดตัวมา

5. ความเป็นธรรมชาติมาคู่กับความสร้างสรรค์

ถ้าคุณใช้ชีวิตเป็นรูทีนroutine ซ้ำเดิมอยู่ทุกวัน

คุณก็จะไม่มีทางค้นพบอะไรใหม่ๆ ในชีวิต

ยังจำตอน  เ   ด็  ก  ที่ยังไร้เดียงสาและตื่นเต้น

ไปกับทุกอย่างได้หรือเ  ป ล่   า..? อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ

เพียงแค่ปล่อยกายปล่อยใจให้สบาย ลองเปิดรับสิ่งใหม่ดูบ้าง

6. คุณจะหลงลืมคุณค่าของ การสัมผัส ไป

เมื่อไหร่คือครั้งสุดท้ายที่คุณได้วิ่งเล่นท่ามก ล  า  ง สายฝน

หรือนั่งพินิจดูต้นไม้ใบหญ้า พื้นดิน และก้อนหินริมทางเดิน..?

ลองกลับมาทำแบบนั้นอีกสิ แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงความร่าเริงของชีวิตอีกครั้ง

7. คนส่วนใหญ่ไม่ทำในสิ่งที่ตนรัก

เป็นความจริงที่ว่า ผู้คนในกระแสหลัก ก็คือ

คนที่ไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่วาดฝันไว้ ซึ่งเป็นเพราะพวกเขา

ไม่ได้สู้เพื่อมันมากพอ และยิ่งคุณแก่ลง คุณก็อาจเผลอเชื่อไปว่า

ตนต้องเดินไปตามเส้นทางเดียวกับพวกเขา

เพราะฉะนั้น จงหนักแน่นในตัวเอง

8. หลายคนเลิกอ่านหนังสือหลังจบมหาวิ   ท ย   า ลั  ย

ลองถามคนรู้จักสักคนดูสิว่า หนังสือดีๆ ที่อ่านเ   ล่    ม  ล่   าสุดคือเรื่องอะไร

พ   นั   น  ได้เลย พวกเขาคงจะตอบว่า โห เราไม่ได้อ่านหนังสือมานานมากแล้วนะเนี่ย

9. คนเรามักพูดมากกว่าฟัง

ไม่มีสิ่งไหนจะตลกไปกว่าการเห็นคนสองคนคุย กับตัวเอง

ให้กันฟัง ไม่มีฝ่ายไหนฟังจริงๆ หรอก

ทุกคนก็แค่รอเพื่อให้ถึงตาตัวพูดเท่านั้นแหละ

10. ความคิดสร้างสรรค์มาจากการฝึกฝน

สังคมเราให้คุณค่าและชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ก็จริง

แ   ต่  กลับ  พ  ย   า ย   า  มจำ  กั   ด  และควบคุมไว้ถ้ามันไม่ก่อให้เกิด

ผลประโยชน์ที่จับต้องได้จริงๆ ดังนั้น ถ้าคุณ อ  ย    า  กกระตุ้น

ให้ตนมีความคิดสร้างสรรค์คุกรุ่นอยู่เสมอ

คุณก็ต้องฝึกฝนด้วยตนเองแล้วล่ะ

11. ความสำเร็จ ไม่มีความหมายต ายตัว

ตั้งแต่  เ   ด็   ก เรามักถูกสอนให้มุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จเสมอ

แต่จริงๆ แล้วมันแปลว่าอะไรกันแน่..?

ความสำเร็จของคนหนึ่งอาจจะ แ  ต   ก ต่  า  งจากความสำเร็จ

ของอีกคนอย่างสิ้นเชิงก็ได้ เพราะฉะนั้น

จงกำหนดความสำเร็จในแบบของคุณเอง

12. คุณเปลี่ยนแปลงพ่อแม่ไม่ได้

การเติบโตขึ้นทำให้คุณพบกับความจริงที่ยอมรับได้ ย   า  ก

ว่าคุณไม่ส  า ม   า  ร  ถเปลี่ยนแปลงตัวตนของพ่อแม่ได้

ไม่สำคัญหรอกว่าท่านจะเข้าใจยอมรับในตัวตนของคุณหรือไม่

จงปล่อยวาง และรักท่านที่ได้ให้โอกาสเราได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ดีกว่า

13. คนเดียวที่คุณต้องเผชิญหน้าด้วยในทุกเช้าก็คือตัวคุณเอง

ตอนยัง  เ   ด็  ก  กว่านี้ คุณอาจรู้สึกว่าต้องพ ย   า ย   า  มทำให้ทุกคนพึงพอใจ

แต่ความจริง คุณไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นเลย

ทำในสิ่งที่ตนมีความสุขเถอะ ออกแบบชีวิตในแบบที่ต้องการ

เพื่อให้ตื่นมาพบหน้าคนที่ตัวเองรักจริงๆ ในกระจกทุกเช้ายังไงล่ะ

14. ความรู้สึกที่ดีที่สุดเกิดจากการทำด้วยใจจริง

เงินทอง ความสำเร็จ การสรรเสริญเยินยอใดๆ

ก็ไม่มีคุณค่าเทียบเท่ากับสิ่งที่คุณทำด้วยความรักบริสุทธิ์

จงทำตามที่หัวใจเรียกร้อง แล้วคุณจะพบกับสิ่ง  เ   ห ล่   านั้นเอง

15. ศักยภาพสัมพันธ์โดยตรงกับการรู้จักตัวเอง

ผู้ที่รู้จักตัวเองและพัฒน  า จุ   ดแ   ข็  ง ของตัวเองคือคนที่จะทำตามที่หวังไว้ได้สำเร็จ

ส่วนผู้ที่ไม่รู้จักกตัวเอง และหลีกเลี่ยงการสะท้อนทบทวนตัวเอง

ก็จะได้แต่ใช้ชีวิตตามกระแสน้ำไปเรื่อยๆ ไม่อาจออกแบบอนาคตเพื่อตัวเองได้

16. คนที่ดูถูกคุณจะกลับมาหาคุณในที่สุด

คนที่เคยรังแกคุณตอน เ   ด็  ก ๆ อาจจะต้องมาสมัครงานที่บริษัทของคุณ

ผู้หญิงที่เคยปฏิเสธคุณก็อาจจะกลับเข้ามาในชีวิตคุณอีกหากเห็นว่า

คุณกำลังไปได้ดี นั่นเป็นเรื่องจริงของชีวิต ดังนั้น จงโฟกัสที่ตัวเอง

ซื่อสัตย์กับความเชื่อ ความศรัทธาที่มี แล้วผู้คนที่เคยคลางแคลง

ในตัวคุณก็จะกลับมาขอความช่วยเหลือจากคุณเอง

17. คุณคือกระจกสะท้อนของผู้คนที่ใช้เวลาด้วยมากที่สุด 5 คน

ไม่มีใครสร้างตัวตนขึ้นมาด้วยตัวเองล้วนๆ พวกเราล้วนถูกปั้นแต่ง

จากภาพสะท้อนที่เราเห็นในตัวของผู้อื่น เพราะฉะนั้นจงรายล้อมตัวเอง

ด้วยคนที่คุณชื่นชม แล้วในที่สุดคุณจะก็ได้รับสิ่งดีๆ ในตัวพวกเขาเข้ามาในตัวเองด้วย

18. ความเชื่อแปรผันไปตามเส้นทางชีวิตของคุณ

สถานที่ที่คุณอยู่ ผู้คนที่รายรอบ และความมุ่งมาดปรารถนา

ที่คุณมีจะเป็นตัวกำหนดความคิดความเชื่อของคุณ ความเชื่อ

ไม่ใช่สิ่ง ต ายตัว ไม่มี  ผิ    ด  ถูก แต่ขึ้นอยู่กับว่า

มันตอบสนองวิถีชีวิตของคุณได้มากแค่ไหน

19. ไม่ว่าอะไรก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีได้

อย่างที่บอกไปว่าเมื่อคุณโตขึ้น คุณจะพบว่าไม่มีอะไร  ผิ   ด หรือ ถูก ต ายตัว

จงรู้จักนิสัยของตัวเอง ตระหนักได้ว่าใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง

มีพฤติกรร มอะไรที่เริ่มทำบ่อยจนติดเป็นนิสัย แล้วตั้งคำถามว่า

มันมาจากไหน ทำไมคุณถึง   อ ย   า   กทำมันซ้ำๆ 

ความ  ผิ   ด พ ล   า  ดไม่มีอยู่จริง มีเพียงบทเรียนต่างหาก

20. เป้าประสงค์ของชีวิตคือการเป็น ตัวเอง

ความหมายของชีวิต คือ การเป็นตัวเองเสมอในทุกๆ เรื่องที่ทำ

คุณเป็นทั้งผู้สร้างและผลงานมาสเตอร์พีซของตัวเอง

ที่ยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ การเติบโต คือ การเรียนรู้ว่าคุณ

เป็นทั้งศิลปินและผลงานของตนเอง ดังนั้นจงรังสรรตัวเองอย่างที่ใจต้องการ

ขอบคุณแหล่งที่มา 108resources

Facebook Comments

comments