Home ข้อคิด 9 วิธี ฝึกจิต หยุดตัวเองก่อนทำไม่ดี อ่านนะแล้วจะเป็นคนอยู่เป็น

9 วิธี ฝึกจิต หยุดตัวเองก่อนทำไม่ดี อ่านนะแล้วจะเป็นคนอยู่เป็น

21 second read
ปิดความเห็น บน 9 วิธี ฝึกจิต หยุดตัวเองก่อนทำไม่ดี อ่านนะแล้วจะเป็นคนอยู่เป็น
0
0

9 วิธี ฝึกจิต หยุดตัวเองก่อนทำไม่ดี อ่านนะแล้วจะเป็นคนอยู่เป็น

นี่คือวิธีการ ฝึกจิต ป้องกันไม่ให้กิเลสปรากฏตัวออกมาเป็น

คำพูดหรือการกระทำที่จะช่วยให้เราสาม   า  รถ

จับจิตเ   อ  าไว้ได้ง่ายขึ้น เมื่อความโลภ ความโกรธ และความหลงปรากฏตัวออกมาย ากขึ้น

ก็จะช่วยส่งเสริมให้เราทำสิ่งที่ดีจนเป็นนิสัย มาดูวิธี ฝึกจิต ทั้ง 9 ข้อกัน

ฝึกจิต ควบคุมความอย าก

หากเราให้แรงดึงดูดที่เป็นความโลภทำงาน จิตจะปั่นป่วน

และแรงใจในการทำงานก็จะหยุดชะงักลง


สิ่งสำคัญในการฝึกจิต คือ การเข้าใจถึงเหตุและผลนั้นแล้วตั้งใจตรวจดูจิตให้ได้มาก

เท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ความโลภบุกรุกเข้ามาได้

ควบคุมความโกรธ

หากเราให้ความโกรธซึ่งพลังการผลักไสทำงาน เราก็จะรู้สึกกระวนกระวายใจ

แล้วภายในร่างกายก็จะเต็มไปด้วย

ส   า  รพิ    ษ กลายเป็นแหล่งที่จะดึงเ   อ  าความ ทุ  ก   ข์  ทั้งหมดที่มีเข้ามา กล่  า  วได้ว่า

ความโกรธนี้แหละที่เป็นกิเลสตัวแรกเลยที่ควรระวังและควรขจัด  ออกไปจากเรา

มองให้เห็นความเป็นจริง

เมื่อพลังที่จะทำให้ความหลงทำงานเกิดขึ้น จิตจะออกห่างจาก “ขณะปัจจุบัน”

แล้วกระจัดกระจายไปที่โน่นที่นี่ และกลายเป็นแหล่งเพาะความโลภและความโกรธ

การจะจับเ   อ  าชั่  วขณะที่พลังงานนี้เกิดขึ้นเ   อ  าไว้ได้นั้นจำเป็นจะต้องมีความใส่ใจที่ละเอียดมาก

หากเรารู้ตัวแล้วป้องกันเ   อ  าไว้ได้ จิตที่มีความสงบเป็นปกติ ไม่สั่นไหว และแจ่มชัดก็จะเติบโตขึ้น

ไม่โกหก

การโกหกนั้น เกือบทั้งหมดเป็นไปเพื่อการทำให้ความต้องการของตนเองบรรลุผล ดังนั้น

เมื่อโกหกแล้วพลังงานที่เป็นความต้องการก็จะถูกกระตุ้น

และมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น หากเราโกหกแล้วครั้งหนึ่ง

ก็จะต้องโกหกซ้ำอีกในครั้งต่อไปเพื่อไม่ให้ความจริงถูกเปิดเผย และในแต่ละครั้งที่โกหก

สิ่งที่ผิ  ด   ไปจากความเป็นจริงก็จะถูกใส่ลงไปในจิตใต้สำนึกทุกครั้ง เมื่อทำซ้ำๆ

จิตจะยิ่งสับสนวุ่นวายยิ่งขึ้น ทำให้ความสาม  า  ร  ถในการควบคุมตนเองลดน้อยลง

สูญเ   สี  ยสมาธิและความสาม  า   ร  ถ ในการตัดสินใจไปทีละนิด

ไม่วิพากษ์วิจารณ์

เมื่อเรามีการวิพากษ์วิจารณ์ “ทิฏฐิ” ซึ่งเป็นการยึดติดกับความคิดของตนก็จะถูกกระตุ้น

และพลังงานความโลภที่บอกว่า “ฉัน! ฉัน!” ก็จะเพิ่มขึ้น และเนื่องจากมีความรู้สึก

ที่เป็นการโจมตีฝ่ายตรงข้ามเข้าม า   ร่วมด้วย พลังงานความโกรธก็จึงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

การพูดเรื่องที่ไม่ดีหรือเขียนสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองรู้สึกไม่พอใจ ภาพยนตร์

ที่คิดว่าน่าเบื่อ เพลงหรือหนังสือที่ไม่ชอบ เป็นต้น เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยบนโลกใบนี้

แต่นั่นเป็นเพียงการกระทำที่ทำให้ตัวเราแปดเปื้อนและดูน่ารังเกียจด้วยความโลภและความโกรธ

ไม่นินทา

หากเรานินทาใครสักคนที่ไม่อยู่ในสถานที่นั้น จิตก็จะปั่นป่วนด้วยพลังงานความโกรธ

แทนที่จะเป็นการระบายความ เ  ค รี  ย  ด แต่ กลับกลายเป็นการทำ

ให้ความเ  ค  รี  ย  ดที่ซ่อนตัวอยู่เพิ่มปริมาณมากขึ้น

อีกทั้ง เมื่อมองจากแง่ของการประมวลผลข้อมู   ล ของจิตแล้ว

การที่เราจำเป็นต้องพูดเรื่องที่   แ  ต  กต่างกัน

โดยสิ้นเชิงเมื่อมีอีกฝ่ายอยู่ด้วยนั้น มีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของพลังงาน

ความหลงซึ่งเกิดจากความสับสนวุ่นวายของห่วงโ ซ่ข้อ  มู  ล

ไม่พูดเรื่องที่ไม่มีประโยชน์

การพูดเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะการพูดโอ้อวดตนนั้น แม้ว่าฝ่ายที่พูดจะรู้สึกสนุก

แต่ฝ่ายที่ฟังมักจะรู้สึกทรม  า   นเมื่อเราเ   ล่  า  เรื่องที่

ไม่มีประโยชน์ เรามักพูดไปเรื่อยๆ โดยไม่คำนึงถึงว่า

ในบทสนทนานี้เราจำเป็นต้องถ่ายทอ  ด  อะไรออกไป หรืออีกฝ่ายได้ฟังเรื่องแบบใดจึงจะรู้สึกสนุก

นี่เป็นการแพร่ข้อมู  ล   ออกไปโดยปราศจากการตรวจสอบหรือควบคุมให้ดี

ผลคือความสาม  า   ร  ถ ในการควบคุมตนเองจะลดลง และทำให้พลังงานความหลงเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้ในขณะที่เรากำลังพูดกับอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ นั้น ภายในจิต

ก็กำลังกระตุ้นพลังงานความต้องการที่ว่า

“เข้าใจฉันสิ! ยอมรับฉันสิ” อยู่ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องจำไว้ว่า การโวยวายเรียกร้องให้คน

“ยอมรับสิ!” นั้นกลับจะยิ่งทำให้ความรู้สึกของอีกฝ่ายไกลห่างออกไปอีก

ไม่นอกใจ

การนอกใจ มีที่มาจากพลังงานความโลภที่มีมากเกินไป จึงทำให้ไม่สาม  า  ร  ถรู้สึกพอใจกับคนรัก

เพียงคนเดียวได้ นอกจากนี้พลังงานความหลงที่ไม่สาม  า  ร  ถจดจ่ออยู่ที่คนคนหนึ่งได้

ทำให้หลงไปทางนั้นทีทางนี้ทีก็ยังถูกกระตุ้นอย่ างรุ น แ ร งอีก  ด้วย

การกำลังคบกับคนคนหนึ่งเท่ากับเป็นการหักหลังอีกคนหนึ่ง และการกำลังคบกับคนอีกคนหนึ่ง

ก็เป็นการหักหลังคนอื่นไปอีก ความรู้สึกผิ  ด   ที่เกิดในเวลานั้นจะกลายเป็น

ความไม่พอใจ ทำให้พลังงานความโกรธเพิ่มขึ้น

คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกนอกใจ และนำไปพัฒนา

เรื่องราวที่เป็นความโกรธต่อว่า

“เราไม่ได้รับการให้ความสำคัญ” ทำให้เราต้องหาข้อแก้ตัวให้ได้

เพื่อหลบเลี่ยงความคิดนั้น จิตจึงไม่มีความสงบ

ไม่ฆ่ าสิ่งมีชีวิต

สาเหตุที่การไม่ฆ่ าสิ่งมีชีวิตเป็นกฎสำหรับควบคุมตนเองที่สำคัญ เพราะการฆ่ าสิ่งมีชีวิต

นั้นใช้พลังงานความโกรธที่รุ น แ ร งเป็นอย่ างมากในกรณีที่เราจะฆ่ าเป็นมนุษย์

พลังงานความโกรธที่รุ น แ ร งมากเป็นพิเศษจะถูกเรียกตัวม   า  ร  วมกัน

แต่ความจริงแล้วไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นยุงหรือแ   ม  ล  งส  าบก็ไม่แ  ต  กต่างกัน

ในกรณีนี้พลังงานความโกรธก็ถูกกระตุ้นเช่นกันว่า “สิ่งมีชีวิตที่ฉันเก   ลี  ยดนี่นา

เกะกะขวางทางฉันเ   สี  ยจริง สิ่งมีชีวิตแบบนี้น่าจะต า ย ไปซะ ไม่สิ มันสมควรต า ย ”

อย่ างน้อยเพื่อไม่ให้ฆ่ า ขอแนะนำให้กางมุ้ง หรือใช้ย ากันยุง

การเปลี่ยนความคิดจาก “เดี๋ยวฆ่ าซะเลย” เป็น “ช่วยไปที่อื่นหน่อยได้ไหม”

จะทำให้พลังงานความโกรธลดลง ทำให้จิตผ่อนคลายขึ้น

และการทำเช่นนั้นจะก่อให้เกิดนิสัยที่ดีงามขึ้นมา

ขอบคุณแหล่งที่มา  verrysmilejung

Facebook Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By admins
Load More In ข้อคิด
Comments are closed.

Check Also

วิธีตั้งหิ้งพระในบ้าน ทิศไหนเสริมมงคลแ ก่คนในบ้าน เพิ่มโชค เสริมให้ชีวิตคุณดี

วิธีตั้งหิ้งพระในบ้าน ทิศไหนเสริมมงคลแ  ก่คนในบ้าน เพิ่ … …