Home ข้อคิด (ให้ข้อคิดดีมาก) กว่าจะรู้จัก กว่าจะเข้าใจชีวิต เราก็ผ่านมาครึ่งชีวิตแล้ว

(ให้ข้อคิดดีมาก) กว่าจะรู้จัก กว่าจะเข้าใจชีวิต เราก็ผ่านมาครึ่งชีวิตแล้ว

24 second read
ปิดความเห็น บน (ให้ข้อคิดดีมาก) กว่าจะรู้จัก กว่าจะเข้าใจชีวิต เราก็ผ่านมาครึ่งชีวิตแล้ว
0
0

(ให้ข้อคิดดีมาก) กว่าจะรู้จัก กว่าจะเข้าใจชีวิต เราก็ผ่านมาครึ่งชีวิตแล้ว

เป็นอีกหนึ่งบทความที่ให้ข้อคิดได้ดีมากๆ เกี่ยวกับชีวิต เมื่อเราพออายุใกล้ 30

เรามีความสุขกับเสื้อผ้า กระเป๋าน้อยลง แต่ความสุขของเราเริ่มเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่า…?

ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตยังไง ถึงจะมีความสุขในแบบของตัวเอง

เราอย  า   กโทรหาพ่อแม่ทุกครั้งที่มีเวลา เราอย  า   กสำเร็จให้เร็วที่สุด

เพื่อให้พ่อแม่ได้เกษียณ พักผ่อนตามอัธย  า  ศัย

เพราะเราก็คงอย  า  กทำแบบเดียวกันตอนอายุเท่าพ่อแม่

การตั้งใจหาเงินเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว ถ้ายังไม่สำเร็จก็ขยันไปเถอะ


แต่การตั้งใจไม่ได้แปลว่าต้องให้งานเป็นทั้งหมดของชีวิต

ต้องสร้างต้นทุนสุขภาพให้ได้ก่อน สุขภาพเป็นการลงทุนระยะย  า  ว

ยังไม่เห็นผลตอนนี้แต่ก็ต้องทำเพื่อให้มีแรงต่อยอดต้นทุนอื่นที่เหลือ

อยู่มาจะครึ่งคนแล้ว เราจะไม่หนีปัญหาเพราะในชีวิตไม่ว่าเรื่องอะไร

ถ้าเราละเลยในวันนี้ มันจะวกกลับมาหาอีกในวันหน้า ไม่ช้าก็เร็ว แต่มาแน่นอน

เราไม่เ  อ  าเรื่องดราม่าในชีวิตมาบ่นในเฟสบุค ถึงโพสต์แล้วมันทำให้ได้ระบาย

แต่เพื่อนทุกคนในเฟสบุคไม่ได้ต้องการเป็นที่ระบาย ถ้าจะมีคงเป็นแค่เพื่อนบางคน

และเราเลือกที่จะคุยกับเค้าในชีวิตจริงมากกว่า

การเลิ กแล้วต่อกันโดยไม่ยึดติดกับความคิดตัวเองว่าเราผิ  ดหรือไม่  ผิ  ด

มันทำให้ชีวิตไปต่อได้ อย่าติ  ด  อยู่กับกับดักอารมณ์นานๆ

ปล่อยให้ความจริงปกป้องเราเอง จบที่ใจตัวเองให้ได้

ความรักเวลาคบกันไปนานๆ เรื่องที่เค้าทำให้เรามาตลอด

เราได้รับจนชินก็จะไม่เห็นคุณค่า กลายเป็นว่าสุดท้ายจะไม่มีอะไรดีเลย

เพราะเราคาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ

วิธีแก้คือให้กลับบ้าง จะได้รู้ว่าการทำอะไรให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ

มันก็แสดงว่าเค้ารักเรามากแค่ไหน

ตอนเ  ด็   กจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ไปไหนก็ได้ ตอนโตสังคมคนทำงาน

ภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

วันไหนแต่งตัวดีจะรู้สึกเหมือนฟ้าเปิดงานราบรื่น ความจริงคนตัดสินกัน

ที่ภายนอกมันก็ปกติ เพราะยังไม่รู้จักก็ต้องดูจากที่เห็นก่อน

แต่บุคลิกภาพดีไม่ได้แปลว่าต้องแต่งตัวรวย หรือสวย

เราว่ามันคือความลงตัวและรู้จักกาละเทศะมากกว่า

รอยยิ้มเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพกับคนใหม่ๆ ฝึกยิ้มให้คนไม่รู้จัก

ถึงจะแป้กบ้างแต่ก็ยังมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนดีๆ

อย่าติดพูดคำว่าเดี๋ยว ถ้าจะทำต้องทำเลย

เพราะถ้าไม่ทำเลยก็จะมีเรื่องอื่นมาแทรกจนสุดท้ายไม่ได้ทำ

เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ต้องรีบตามให้ทัน ไม่ใช่แค่ถูก Disrupt

แต่เพราะเป็นทางลัดของอะไรหลายๆอย่างได้

ต้นทุนลด โตแบบก้าวกระโดด มีโอกาสทั้งนั้น

“คิดให้มาก ทำให้มากกว่า”

เรามองเห็นเพื่อนหลายคนที่โตมาด้วยกันมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกันออกไป

แม้จะไม่ได้คุยกันเลย แต่เชื่อว่า เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนอยู่เสมอ

โอกาสมักมาตอนได้เจอคนใหม่ๆ หรือไปในสถานที่ใหม่ๆ

ทุกวัน กินข้าวให้อิ่ม หลับให้สนิท รักตัวเองให้เยอะๆ

เราอยู่ในโค้งสุดท้ายของวัยที่ยังลอง  ผิ  ด ลองถูกได้

ช่วงนี้จะถามตัวเองบ่อยๆว่ายังมีอะไรที่อย  า  กลองอีกไหม?

ถ้าธุรกิจยังไม่นิ่งอย่าเพิ่งดึงเงินออก เพราะถ้าเจอวิกฤ ติ

จะพั งทั้งระบบเลย ยิ่งถ้าสายป่านสั้น cashflow ยิ่งสำคัญมากๆ

มีเ  ด็  กหลายคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

และมีผู้ใหญ่หลายคนที่ประสบความสำเร็จตอนอายุมากแล้ว เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เกี่ยวกับอายุ

แบ่งเวลาอยู่ในโลกออนไลน์ให้พอดี อะไรที่มากเกินไปย่อมมีโท ษเสมอ

ถ้าต้องยกเลิ กอะไรกับใคร ตัดสินใจได้แล้วให้รีบบอกทันที

อย่ารอให้ตัวเองกล้าพูดแล้วค่อยบอก เพราะจะทำให้คนอื่นแก้ปัญห าไม่ทัน

เราอยู่ในวัยที่มีมากพอที่จะแบ่งปัน เป็นผู้ให้ย่อมสุขกว่าเป็นผู้รับ

ความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีมจะช่วยให้สำเร็จได้ไวขึ้น เราเชื่อในพลังของ Teamwork

การคบเพื่อนที่หลากหลาย ทำให้เราต่างเติบโตทางความคิดได้มาก

คนเก่งแต่ไหนถ้าเจอปัญหาครอบครัวเข้าไป ส่วนใหญ่

performance ลดลงเกิน80% ดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัวสำคัญสุด

ถ้ายังไม่สำเร็จ ลองเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ อย่าทำแบบเดิมซ้ำๆ

การเปิดใจฟังคำวิจารณ์ ช่วยให้เราได้รู้ว่าสิ่งที่ต้อง ”รีบแก้ไข” คืออะไร

พออายุมากขึ้น อย่าเพิ่งลืมความฝันวัยเ  ด็  กที่เคยมี

พ่อแม่ยังมองว่าเราเป็นเ  ด็  กเสมอ แม้วันนี้จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่จำเป็นต้องต่อต้าน แค่เข้าใจก็พอ

การทำงาน ไหนๆก็ต้องใช้เวลาทำเหมือนกัน ทำให้ดีทุกครั้งไปเลย

อย่างน้อยเราได้ฝึกพัฒนาตัวเองไปด้วย

หากมีเพื่อนหรือใครมาขอความช่วยเหลือ อย่าช่วยในสิ่งที่ตัวเอง

ต้องมานั่งกลุ้มภายหลัง ความจริงถ้าเค้าเห็นเราเป็นเพื่อน เค้าคงไม่ทำให้เราต้องลำบากใจตั้งแต่แรก

การตัดสินในช่วยเหลือใคร แค่เราหวังดีอย่างเดียวไม่พอ

ต้องดูที่ตัวเค้าด้วยว่า ได้พย  า  ย  า  มแล้ว มากแค่ไหน

ความ  ก  ด  ดั  นแบบสุดขีด มักทำให้เราเห็นศักยภาพสูงสุดของตัวเอง

และช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด จะกลายเป็นเรื่องเ  ล่  าที่ดีที่สุดในวันที่เราผ่  า  นมันไปได้

เวลาตอบคำถามใคร ถ้าเกินจากที่รู้ให้ตอบว่าไม่รู้

อย่าแกล้งทำเป็นรู้ กล้าถามแค่ครั้งเดียว ดีกว่ากลับไปแล้วทำอะไรต่อไม่ได้เลย

เรามักละเลยคนใกล้ไปทำดีกับคนไกล แต่เมื่อเจอปัญหาคนใกล้ต่างหากที่ไม่เคยทิ้งเรา

ระมัดระวังทุกการกระทำ คนเราทำดีร้อยครั้งจำไม่ได้ ทำผิ  ด  ครั้งเดียวจำไม่ลืม

อย่าพย  า  ย  า  มสอนใคร ถ้าเค้ายังไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง

ยิ่งโตขึ้นยิ่งมีแต่เรื่องให้ต้องตัดสินใจ แต่ไม่ว่าตัดสินใจ

ถูกหรือผิ  ด  ยังไง ชีวิตก็ยังต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

แม้แต่คนที่เราเก  ลี  ย   ดที่สุด ก็ให้บทเรียนที่ดีที่สุดกับเราได้

ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาตัวเองได้หมด

แค่ต้องคัดกรองให้เป็นว่าเรื่องไหนควรรับ เรื่องไหนควรทิ้ง

อย่าเป็นคนขี้อิจฉาเวลาเห็นคนอื่นสำเร็จ

อะไรที่มันเป็นของเรา มันก็จะเป็นของเรา

สิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มากมีสองสาเหตุ

1.พลังบวก 2.ความเจ็ บปว ดขั้นสุด

คนรวยจะเก่งในการลดเวลาทำงานที่เนื้องานไม่สร้าง  มู  ล  ค่า

20 กว่าปีที่ผ่  า  นมา เป็นวัยที่ทำมาหากินอย่างรุ นแร ง

ช่วงชีวิตต่อไป ต้องเริ่มบริหารทุ  ก  ด้านให้เป็นระบบกว่านี้

และสุดท้าย กว่าจะรู้ว่าชีวิตคืออะไร เราก็ใช้มันไปแล้วครึ่งชีวิต…!!

ใจนึงก็กลัวตัวเลข30 แต่อีกใจก็อย  า  กขอบคุณ

ที่วันนี้มุมมองชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา  board.postjung

Facebook Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By admins
Load More In ข้อคิด
Comments are closed.

Check Also

วิธีตั้งหิ้งพระในบ้าน ทิศไหนเสริมมงคลแ ก่คนในบ้าน เพิ่มโชค เสริมให้ชีวิตคุณดี

วิธีตั้งหิ้งพระในบ้าน ทิศไหนเสริมมงคลแ  ก่คนในบ้าน เพิ่ … …