ฝากถึงพ่อแม่ทุกคนรู้ เลี้ยงลูกแบบนกอินทรีย์ เขียนไว้ดีมากๆ

ฝากถึงพ่อแม่ทุกคนรู้ เลี้ยงลูกแบบนกอินทรีย์ เขียนไว้ดีมากๆ

แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนต้องรัก และหวังดีกับลูกอยู่เสมอ

อย  า   กที่จะเห็นลูกเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ มีชีวิตที่ดี แล้วคุณคิดว่า

คุณเลี้ยงลูกถูกต้องแล้วหรือยัง ลองมาดูวิธีการเลี้ยงลูก

แบบนกอินทรีย์ ว่าเจ้านกอินทรีย์เลี้ยงลูกอย่างไร

ก่อนที่จะวางไข่ สิ่งสำคัญของนกคือ รังนก

ทั้งพ่อนกและแม่นกจะช่วยกันสร้างรัง บนหน้าผาที่สูงชัน

เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกรบกวนจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ


ชั้นที่ 1 แม่นกจะวางก้อนหิน ก้อนใหญ่ๆ วางล้อมกรอบ

เป็นวงขนาดพอตัว

ชั้นที่ 2 แม่นกจะวางท่อนไม้ท่อนโตๆ ไขว้กันไป

มาเพิ่มความแ   ข็   งแรงของรัง

ชั้นที่ 3 แม่นกจะวางกิ่งไม้ที่มีหนามขนาดใหญ่

วางพลาดระหว่างท่อนไม้ ซ้อนไปมา

ชั้นที่ 4 แม่นกจะวางใบไม้หนาๆ เพื่อป้องกันหนาม

ที่แหลมคมจากกิ่งไม้ และ เป็นพื้นนอนได้

ชั้นที่ 5 แม่นกจะจิกขนอ่อนใต้ปีกของตนเอง

ออกมาทำเป็นที่นอนนุ่มๆ สำหรับให้ลูกนอนสบาย

เมื่อใช้เวลาเลี้ยงลูกน้อยจนโตได้ในระดับหนึ่ง

จนสาม า   ร ถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว แม่นกจะเริ่มฝึกลูกนกอินทรีย์

ขั้นตอนสำคัญของการฝึกลูกนกอินทรี

ขั้นที่ 1 แม่นกเริ่มจิกเ  อ  าขนนุ่มๆออกจากรัง เพื่อไม่ให้ได้นอนสบาย

เหมือนเดิม ลูกจะเริ่มได้เรียนรู้ถึงความลำบาก

ซึ่งแรกๆลูกจะร้อง จนปรับตัวได้ในที่สุด

ขั้นที่ 2 เ  อ  าใบไม้ออกจากรังจนหมด จนเหลือแต่กิ่งไม้แ   ข็  ง ๆไว้

เป็นที่นอน ซึ่งลูกนกก็จะต้องพย  า  ย  า  มนอนให้ได้ และต่อมา

ลูกนกจะเริ่มชินกับการนอนแบบนี้ ซึ่งการนอนบนหนามก็มีข้อดีคือ

เมื่อนอนพลิกตัวไปมาจะโดน ทิ่ ม ทำให้ฝึกการรู้สึกตัว

และ ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา แม้เวลานอนก็ตาม

ขั้นที่ 3 เ  อ  ากิ่งไม้ที่มีหนามออก คราวนี้ไม่มีให้นอน

ดังนั้นลูกนกจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ขาเกาะกิ่งไม้ให้แ   ข็  งแรง

เป็นการฝึกกล้ามเนื้อขาให้แ   ข็  งแรง แล้วลูกนกต้องสามา   ร ถหลับได้โดยการเกาะกิ่งไม้นอน

ขั้นที่ 4 เ  อ  ากิ่งไม้ออกเหลือเฉพาะรากฐานที่เป็นก้อนหิน

เป็นพื้นแ  ข็  งๆ ซึ่งคราวนี้แหละจะลำบากที่สุด เพราะไม่มีแม้แต่กิ่งไม้ให้เกาะ

เพื่อสร้างความอดทนให้ลูกทุกตัวเตรียมพร้อมที่จะบิน

ขั้นที่ 5 สอนบิน แม่นกจะเริ่มคาบลูกนกทีละตัว

แล้วบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อให้ลูกนกได้เห็นโลกกว้างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

และ ให้เคยชินกับอากาศเย็นๆ มีลมพัดแรงๆ ในที่สูงๆ

จากนั้นก็จะนำลูกนกกลับรัง และเปลี่ยนเ   อ  าตัวอื่นๆไปจนครบหมดทุกตัว

วันต่อๆมา แม่นกจะไม่คาบลูกนกบิน แต่จะกางปีกลงไปที่รัง

แล้วให้ลูกนกปีนขึ้นมาบนปีกของแม่แทน จากนั้นแม่นก

ก็จะพาบินขึ้นไปบนท้องฟ้า และพา  ลูกนกกลับมาคืนรัง และทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ

คราวนี้แม่นกพาบินทีละตัว แม่นกบินไปมาอย่างรวดเร็ว

ขึ้นลงบนท้องฟ้า แม่นกเริ่มพา  ลูกบินสูงขึ้น และสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

ลูกนกยังไม่ทันได้ตั้งตัว แม่นกก็สลัดปีกตัวเองอย่างแรง

จนลูกนกตัวน้อย ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ และตกลงมาอย่างรวดเร็ว

ลูกนกตกใจ ได้แต่ร้องดังลั่น และพย  า ย   า  มกางปีกออกเพื่อประคองตัวเอง

พอใกล้จะถึงพื้น ลูกนกยังไม่ทันจะได้กางปีกออก

แม่นกก็บินมาโฉบรับลูกก่อนจะถึงพื้นได้อย่างแม่นยำ

และ พา   ลูกนกกลับรังอย่างปลอด   ภั  ย

แล้วแม่นก ก็จะเริ่มฝึกลูกแบบนี้ทุกตัว จนกว่าลูกจะสาม า   รถกางปีก

และบินเองได้ในที่สุด เมื่อถึงวันนั้น หน้าที่ของพ่อแม่นกเห  ล่ านี้ก็เรียกได้ว่า สำเร็จแล้ว

ลองหันกลับมาถามตัวคุณดูซิ ว่าคุณเลี้ยงลูกได้ถูกทางแล้วหรือยัง

คุณกำลังฝึกให้ลูกใช้ชีวิตและสาม  า  รถเ  อ  าตัวรอดบนโลกใบนี้ได้

ด้วยตัวเอง หรือคุณกำลังดูแลไม่ห่าง ช่วยเหลือลูกทุกอย่างอยู่หรือเป   ล่  า

พ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่ต้องรักและเลี้ยงดูให้ถูกทางด้วยนะคะ

เพราะหากคุณโอ๋ลูกมากจนเกินไป สุดท้ายแล้วเมื่อเติบโตขึ้น

พวกเขาอาจไม่ใช้ผู้ใหญ่ที่ ปีกกล้า ขาแ  ข็  ง มากพอที่จะพึ่งพาตัวเองได้

วันหนึ่งคุณก็ต้องปล่อยให้เขาใช้ชีวิตเอง คุณไม่สาม   า  รถอยู่ดูแลปกป้องเขา

ไปได้ตลอดชีวิต ดังนั้นควรปล่อยให้เขาได้เรียนรู้และช่วยเหลือตัวเองให้ได้

จะดีที่สุด ถ้ารักลูก ต้องรักให้ถูก และเลี้ยงลูกให้เป็น

ขอบคุณแหล่งที่มา bitcoretech

Facebook Comments

comments