Home ข้อคิด คุณอย า กให้ลูกเก่ง เลี้ยงลูกให้ได้ดี ต้องขี้เกียจอยู่ 3 เรื่อง

คุณอย า กให้ลูกเก่ง เลี้ยงลูกให้ได้ดี ต้องขี้เกียจอยู่ 3 เรื่อง

24 second read
ปิดความเห็น บน คุณอย า กให้ลูกเก่ง เลี้ยงลูกให้ได้ดี ต้องขี้เกียจอยู่ 3 เรื่อง
0
0

คุณอย า กให้ลูกเก่ง เลี้ยงลูกให้ได้ดี ต้องขี้เกียจอยู่ 3 เรื่อง

พ่อแม่หลายๆคนยังยึดติดอยู่กับความคิดที่ว่า ต้องเลี้ยงลูกให้สบายที่สุด

อย  า  กได้อะไรก็ต้องได้ต้องมีมากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน

เพื่อนมีโทรศัพท์ก็ต้องมีให้ใหม่กว่าเพื่อน

อย  า  กกินอะไรก็ต้องได้กิน เลี้ยงลูกด้วยความเพรียบพร้อม

ไม่อย  ากให้ลูกลำบาก หรือ รู้สึกว่าขาดอะไร

แต่การเลี้ยงดูแบบไข่ในหินเช่นนี้ จะส่งผลในระยะย   า  ว เมื่อเติบโตขึ้น

เขาจะพึ่งพาตนเองไม่ค่อยได้ จนตอนนี้มี โ ร ค ใหม่บัญญัติขึ้นนั่นคือ


โ ร ค ไม่รู้จักความลำบาก ถ้าพ่อแม่ไม่อย  ากให้ลูกเป็นแบบนั้นต้องขี้เกียจ 3 เรื่องนี้

1. ขี้เกียจขยับมือ สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง

สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง โดยการไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยลูก

ในสิ่งที่พวกเขาสาม  า   ร ถทำเองได้

เช่น เมื่อห้องนอนไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ก็แค่ตักเ  ตื  อ  นว่าควรจัดห้องอย่างไร

เพื่อให้เป็นระเบียบ แต่จะไม่เข้าไปทำให้ลูกเอง ปล่อยให้ลูกได้ทำด้วยตัวเอง

แต่เน้นไปที่การทำความสะอาดพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน

เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ให้ดูสะอาดเอี่ยมอยู่เสมอ เมื่อลูกเห็นห้องอื่นๆ

ในบ้านสะอาดหมด เขาก็จะเริ่มรู้สึกว่า

ต้องทำความสะอาดห้องของตัวเองบ้างแล้ว

ผลปรากฎว่า : พ่อ-แม่ ที่ขี้เกียจช่วยเหลือลูกในบางเรื่อง จะเป็นผลดีกับลูกมากกว่า

เพราะ การให้ลูกได้ฝึกทำสิ่งต่างๆเอง จะเป็นการฝึกนิสัยพึ่งพาตนเองได้

และ ไม่เฉยเมยต่อความรับผิดชอบต่างๆที่อยู่รอบตัว

ฝึกหัดให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

2. ขี้เกียจบ่น หรือ พูดมาก ให้ลูกเรียนรู้ที่จะเติมโตด้วยตนเอง

พ่อแม่หลายคนชอบสร้างความคาดหวังในตัวลูกมากเกินไป อย  า  กให้ลูกทำตาม

สิ่งที่ตัวเองนั้นต้องการ เพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูก

แต่การทำแบบนี้จะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด กดดัน

และกลายเป็นไม่อย  า  กฟัง และทำเป็นหูทวนลม ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่แม่พูด

แต่มีตัวอย่างจากครอบครัวหนึ่งที่กลับทำตรงกันข้าม ในวันหยุด

เส า   ร์-อาทิตย์ ลูกชอบเล่นเกมเป็นเวลานานมาก

และ ไม่ทำการบ้าน แม่จึงถามว่า… ” ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง…? “

ลูกตอบว่า… ” ขอเล่นอีก 30 นาที “

แม่ตอบกลับไปว่า… ” โอเค ต้องรักษาคำพูดนะ “

พอผ่  า   นไป 30 นาที แม่ก็เดินกลับมาดูอีก ลูกก็ยังคงนั่งเล่นอยู่ที่เดิม

แม่ โ ก ร ธ มาก แต่ก็ต้องสงบสติ อ   าร  มณ์และพูดอย่างใจเย็นว่า…

” ปกติลูกเป็นคนรักษาคำพูดไม่ใช่หรอ…? “

ในตอนนั้นลูกเริ่มรู้สึกผิด จากนั้นก็เดินไปปิดสวิทช์

และ รีบไปทำการบ้านทันที…!!

นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้แม่เคยพูดหลายรอบเกี่ยวเรื่อง ”

การเป็นคนน่าเชื่อถือ “ เช่น แม่เคยรับปากลูกไว้ว่า จะพาลูกไปเที่ยวที่ไหน

จะซื้อของเล่นอะไรให้ จะพาไปซื้อขนมอะไร แม่ก็จะทำตามที่พูดไว้เป๊ะๆ

แม่จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการรักษาคำพูดเป็นอย่างมาก

เมื่อแม่รับปากลูกไว้เรื่องอะไร ก็จะทำตามที่รับปากไว้

และ สอนลูกอยู่เสมอว่าการเป็นคนน่าเชื่อถือ และ รับผิดชอบต่อคำพูดของตน

ส่งผลต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายมากแค่ไหน

ผลปรากฎว่า : พ่อ-แม่ ที่ขี้เกียจบ่น ไม่พูดบ่นเรื่อยเปื่อย

ขยันในการหาวิธีในการรับมือเพื่อปลูกฝังจิตสำนึก

และ ใช้เหตุผลในการพูดคุย จะเป็นการฝุกให้ลูกรู้จักที่จะรักษาคำพูด

ของตัวเอง และ ทำตามให้ได้อย่างที่รับปากไว้

3. ขี้เกียจช่วยลูกทำการบ้าน

มีคุณแม่คนหนึ่งเล่าประสบการณ์ว่า ตนเองไม่เคยไปสอนการบ้านให้ลูกชายเลย

แม่จะเตื  อ   นลูกมากกว่าว่าเวลาไหนควรไปทำการบ้านได้แล้ว

เมื่อทำเสร็จแล้วก็บอกแม่ก็พอ ส่วนการตรวจสอบว่าลูกชายทำถูก

หรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของตัวเขาเอง หรือ ให้เรียนรู้ว่า

ถูกหรือผิดจากที่โรงเรียน แม่มีหน้าที่แค่เซ็นชื่อเท่านั้น

ในตอนแรกลูกชายไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยบอกว่า

” แม่ของคนอื่นจะช่วยตรวจการบ้านให้ด้วย ทำไมแม่ขี้เกียจแบบนี้…? “

เธอตอบลูกชายไปว่า… ” ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจหรอกนะ

ลูกคิดดูสิ..!! หากแม่ช่วยลูกตรวจการบ้าน แล้วลูกจะรู้ได้อย่างไร

ว่าผิดตรงไหนบ้าง ตอนอยู่ในห้องสอบหากผิดลูกจะรู้ไหมว่ามันผิดตรงไหน

ในตอนนั้นไม่มีใครสาม  า   ร  ถมาช่วยลูกตรวจข้อสอบได้

ลูกจะได้ฝึกการตรวจความถูกต้อง และ เรียนรู้ด้วยตัวเอง “

ในโรงเรียนลูกจะได้รับบทเรียนก่อน และ จึงจะได้ทำข้อสอบ แต่…

ในโลกแห่งความเป็นจริงลูกจะได้เจอบททดสอบก่อน แล้วถึงจะได้บทเรียน

นี่คือสิ่งที่ลูกต้องเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด เธอสอนให้ลูกรู้จักพึ่งตนเอง

เมื่อพบเจอปัญหาก็ต้องคิดใคร่ครวญเอง หากคิดไม่ออกจริงๆ

ค่อยถามแม่ หรือ ขอคำแนะนำจากแม่ได้

ผลปรากฎว่า : พ่อ-แม่ ที่ขี้เกียจตีกรอบความคิด

แต่ปล่อยให้ลูกทำอย่างอิสระ คิดอย่างอิสระ แต่เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

เธอยังให้ความสนใจกับลูก และ ใช้วิธีการที่ชาญฉลาดเพื่อช่วยแก้ปัญหาเมื่อลูกมีปัญหา

พ่อแม่ทุกคนมักจะกังวลกับลูก จนไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้และทำอะไรด้วยตัวเขาเอง

คุณควรเอาความกังวลเก็บไว้ในใจ และปล่อยให้เขาโบยบินไปด้วยวิธีของเขาเอง

เพื่อให้เขามีปีกที่แ  ข็  งแรงพอ และอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีคุณปกป้อง

ถ้าอย  า  ก ให้ลูกเป็นคนใจเย็น ให้ฝึกการรอคอย

ถ้าอย  า  กให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ลูกได้ลองลงมือปฎิบัติ

ถ้าอย   ากให้ลูกพูดเพราะ และ มีม   า  รย  าท ต้องทำให้ลูกเห็นทุกวัน

ถ้าอย  า กให้ลูกมีวินัย พ่อแม่ต้องรู้จักรักษาคำพูด

ถ้าอย  า  กให้ลูกแก้ปัญหาได้ ให้ฝึกให้เจอปัญหาบ่อยๆ

ถ้าอย  า  กให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามเพื่อให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น

บางคน ไม่กล้าใช้ลูก ไม่กล้าให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเอง

ลูกมีหน้าที่เรียนหนังสือเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วในสังค  มปัจจุบัน

เรียน เก่งอย่างเดียวมันไม่เพียงพอในการดำเนินชีวิต

แม้คุณจะรวยล้นฟ้ามาจากไหนก็ขอให้เลี้ยงลูกแบบสมถะ เรียบง่าย

และ สอนให้เขาให้รู้จักความลำบากบ้างลูกของคุณจะได้เติบโตอย่างเข้มแ  ข็  ง

มีความอดทน เป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และ ต่อสังค  ม ในอนาคต

ขอบคุณแหล่งที่มา bitcoretech

Facebook Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By admins
Load More In ข้อคิด
Comments are closed.

Check Also

วิธีตั้งหิ้งพระในบ้าน ทิศไหนเสริมมงคลแ ก่คนในบ้าน เพิ่มโชค เสริมให้ชีวิตคุณดี

วิธีตั้งหิ้งพระในบ้าน ทิศไหนเสริมมงคลแ  ก่คนในบ้าน เพิ่ … …