เหตุใด การเจอกันของเราไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สิ้นสุดสิ่งนี้สุดท้ายก็จากกัน

เหตุที่เราเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ-คนเราเจอกันเพราะวาสนา-พบกันเพราะวาสนา จากกันเพราะโชคชะตา กลับมาเพราะพรหมลิขิต -ลักษณะ ของ คน ที่ มี วาสนา ต่อ กัน-การได้พบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คำคม-เมื่อมีวาสนาต่อกัน ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ-เมื่อสิ้นวาสนาไม่อยากจากก็ต้องจาก-มี วาสนา ก็ อยู่ หมด วาสนา ก็ ไป

เหตุใด การเจอกันของเราไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สิ้นสุดสิ่งนี้สุดท้ายก็จากกัน

คนที่มีก ร ร มต่อกันจะเดินมาเจอกัน เพราะการเจอกันไม่มีคำว่าบังเอิญ

ไม่เพราะก ร ร มเขาที่มีต่อคุณ ก็ก ร ร มคุณที่มีต่อเขาจึงได้มาเจอกัน

และก ร ร มนั้นจะพาคนทั้งสองมาเจอกันในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

เหตุที่เราเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ-คนเราเจอกันเพราะวาสนา-พบกันเพราะวาสนา จากกันเพราะโชคชะตา กลับมาเพราะพรหมลิขิต -ลักษณะ ของ คน ที่ มี วาสนา ต่อ กัน-การได้พบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คำคม-เมื่อมีวาสนาต่อกัน ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ-เมื่อสิ้นวาสนาไม่อยากจากก็ต้องจาก-มี วาสนา ก็ อยู่ หมด วาสนา ก็ ไป

และเพราะหมดก ร ร มไม่อย ากจากก็ต้องจาก

อาจจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งหรืออาจเป็นระยะเวลาที่ย าวนานแล้วแต่เ ว ร

แต่ก ร ร มที่ทำกันต่อมา เมื่อมีพบก็ต้องมีจาก หมดเ ว รหมดก ร ร มต่อกัน

ถึงไม่อย ากจากก็ต้องแยกกันอยู่ดี ดังนั้นการที่เราพบเจอกัน


ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นผลก ร ร มเก่า

แต่ทว่าเรื่องที่พูดมานั้นอาจจะพิสูจน์ด้วยหลักวิทย าศาสตร์

ว่าเป็นเรื่องจริง ดังนั้นแล้วถ้าเรากลับมานั่งคิดให้ดี ถ้าเกิดเรื่องที่ก ล่  า   วมานั้น

เป็นเรื่องจริง เราก็ไม่ควรไปก่อเ ว รก่อก ร ร มกับใคร เพราะว่าเราก็ไม่อย าก

เหตุที่เราเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ-คนเราเจอกันเพราะวาสนา-พบกันเพราะวาสนา จากกันเพราะโชคชะตา กลับมาเพราะพรหมลิขิต -ลักษณะ ของ คน ที่ มี วาสนา ต่อ กัน-การได้พบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คำคม-เมื่อมีวาสนาต่อกัน ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ-เมื่อสิ้นวาสนาไม่อยากจากก็ต้องจาก-มี วาสนา ก็ อยู่ หมด วาสนา ก็ ไป

ให้เขามาทำร้ า ยในอนาคต ถ้าเช่นนั้นขอให้ตั้งใจฝึกฝนให้เป็นคนหนักแน่น

ไม่คิดแ  ค้  น  ใครเพื่อสร้างเ ว รสร้างก ร ร มต่อกัน ส่วนตัวเขาเองนั้น

จะคิดได้ สำนึกได้หรือไม่นั้นก็ให้คิดว่าเราได้ให้  อ  ภั  ย  ต่อเขาไปหมดแล้ว

จะได้เลิกยุ่งเกี่ยวต่อกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า

ดังคำที่เขาว่ากันไว้ บุญใครก ร ร มมัน ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

เคยตรัสไว้ว่า ความบังเอิญไม่มีจริง เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่ างต้องมีที่มาที่ไป

นั้นคือการทำก ร ร ม นำมาให้มาเจอกัน แต่เมื่อเจอกันได้ การจากกันนั้นตัวเราเป็นผู้กำหนดเอง

สิ่งใดที่เราทำมา ไม่อย ากเจอก็ต้องเจอ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำมา

ไม่อย ากจากก็ต้องจาก นี้ละที่เรียกว่าก ร ร ม ดังนั้นการที่เราโดนกระทำ

จากคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเป็นผลของก ร ร มที่เราทำมาก่อน

แต่เราก็คงพิสูจน์ไม่ได้ว่าอดีตเราเคยทำมาจริงเหรอ ดังนั้นแล้ว

เหตุที่เราเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ-คนเราเจอกันเพราะวาสนา-พบกันเพราะวาสนา จากกันเพราะโชคชะตา กลับมาเพราะพรหมลิขิต -ลักษณะ ของ คน ที่ มี วาสนา ต่อ กัน-การได้พบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คำคม-เมื่อมีวาสนาต่อกัน ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ-เมื่อสิ้นวาสนาไม่อยากจากก็ต้องจาก-มี วาสนา ก็ อยู่ หมด วาสนา ก็ ไป

เราควรมาคิดว่า ถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริง ดังนั้นแล้วเราไม่อย าก

ที่จะสร้างก ร ร มกับเขา อีก ไม่อย ากให้เขามาทำร้ า ยอีก

เราจึงหัดที่จะให้อ  ภั   ย ปล่อยเขาออกจากใจ เลิกสร้างก ร ร มต่อกัน

ส่วนตัวเขาจะสำนึกหรือไม่ ให้คิดซะว่า เราให้อ  ภั   ยเราได้บุญ

เราได้เลิกยุ่งเกี่ยวต่อกันส่วนเขาก็คงจะได้รับก ร ร มที่เขาทำ

โดยที่เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับก ร ร มนั้นดังคำที่ว่า บุญใคร ก ร ร มมัน

ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านตรัสไว้ว่าความบังเอิญไม่มีจริง

เพราะทุกสิ่งล้วนต้องมีที่มามีที่ไป นั้นก็คือตัวก ร ร มที่นำพามา

เหตุที่เราเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ-คนเราเจอกันเพราะวาสนา-พบกันเพราะวาสนา จากกันเพราะโชคชะตา กลับมาเพราะพรหมลิขิต -ลักษณะ ของ คน ที่ มี วาสนา ต่อ กัน-การได้พบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คำคม-เมื่อมีวาสนาต่อกัน ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ-เมื่อสิ้นวาสนาไม่อยากจากก็ต้องจาก-มี วาสนา ก็ อยู่ หมด วาสนา ก็ ไป

แต่เมื่อพามาเจอกันแล้วหลังจากนั้นคือตัวเราเองเป็นคนกำหนด

จะกำหนดให้ดี ก็ร่วมกันทำดี จะกำหนดให้มันแย่ก็ทำร้ า ยซึ่งกันและกัน

ก็อยู่ที่เราเลือก การพบกันในปัจจุบันคือผลของก ร ร มในอดีต

แต่ชีวิตจะเป็นเช่นไรในอนาคต คือผลของก ร ร มที่เราจะทำในวันนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา สบายตา

Facebook Comments

comments